สวนทางกับผลงานรัฐบาล
เรียกว่าจากต่ำกว่าอินเวสเมนต์เกรด กลายเป็น ทริปเปิลเอ ไปได้อย่างมหัศจรรย์
ที่เคยส่งอีเมลเป็นภาษาอิงลิชไปด่าพนักงานถ้าทำงานไม่ถูกใจ ก็ลดลงส่งเฉพาะที่ทนไม่ไหวจริงๆ และพยายามที่จะพูดตรงๆ กับพนักงานถึงนิสัยของตัวเองว่าเป็นคนปากกับใจตรงกัน ไม่ใช่พูดอย่างทำอย่าง
นอกจากนี้ ยังได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้พนักงานที่สาขาได้ฮือฮา เมื่อจู่ๆ หลังจากเตะบอลเสร็จก็บุกไปตามสาขาแบบไม่บอกพนักงานล่วงหน้า เพื่อดูว่าทำงานกันยังไง ไปให้นโยบายผู้จัดการสาขาถึงที่ และให้ทิศทางที่ชัดเจนว่าธนาคารจะเดินไปในทางไหน โดยไม่ต้องเชิญมาประชุมที่สำนักงานใหญ่ให้สิ้นเปลือง ทำให้พนักงานสาขากรี๊ดกร๊าด
ซีอีโอแบงก์ลูกครึ่งคนนี้ เปลี่ยนไปจากเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วอย่าง มากมาย คนใกล้ตัวบอกว่าเป็นเพราะได้เจอประสบการณ์ทำงานที่ เจ็บปวดมาแล้ว ตอนที่ทำงานอยู่ที่แบงก์เก่า ถูกประธานบอร์ดบริหารกดดันด้วยวาจาในขณะที่คุณพ่อกำลังป่วยหนัก
และเมื่อคนที่รักที่สุดได้จากไป ก็ได้พบสัจธรรมในการทำงานมากมาย จึงเปลี่ยนสไตล์การทำงานใหม่ จากที่ดุดันและเอาแต่ใจตัวเอง ก็เป็นรับฟัง มีเหตุผล และมีอารมณ์ขัน ให้เกียรติคนอื่นมากขึ้น จน ทำให้พนักงานแบงก์เริ่มเคลิ้ม
แถมซีอีโอแบงก์ลูกครึ่งคนนี้มีลักยิ้มเสียด้วย ทำให้พนักงานสาวๆ รู้สึกเหมือนเห็น สมบัติ เมทะนี ตอนหนุ่มๆ มาเดินในแบงก์ ซึ่ง ซีอีโอที่หน้าเหมือนพระเอกหนังพีเรียดคนนี้ก็บอกพนักงานว่า แม้เราจะเป็นแบงก์ลูกครึ่ง แต่เราก็เป็นคนไทย คนไทยมีจุดเด่นคือยิ้มสยาม พนักงานแบงก์จึงต้องยิ้มมากๆ ให้ลูกค้าประทับใจ
ว่าแล้วก็โดนพนักงานแซวให้ถ่ายรูปเก็บไว้เทียบ Before and After ว่าอีก 4 ปี ที่จะต้องทำงานในตำแหน่งนี้จะแก่ขึ้นอีกแค่ไหน เพราะทางผู้ถือหุ้นต่างชาติให้เป้าหมายว่าจะต้องบริหารแบงก์ให้ได้ ROE ถึง 16%
ดู๊ ดู เป้าหมายสุดโหดขนาดนี้ มิน่าซีอีโอแบงก์ถึงต้องลงไปลุยสาขา 4 ภาคเอง เพื่อให้พนักงานร่วมแรงร่วมใจทำงานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางไปถึงเป้าหมายได้ โดยใช้ลักยิ้มเป็นอาวุธลับกวาดหัวใจพนักงาน (สาวๆ) ว้ายๆๆๆๆ กรี๊ดๆๆๆๆ
© 2005 - 2010 JJthai.net