นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระหว่างไทยและธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) โดยมีนางแอนเน็ต ดิกสัน ผู้อำนวยการธนาคารโลก ผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้บริหารธนาคารของรัฐ และผู้บริหารธนาคารโลกประจำประเทศไทย ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดหาแหล่งเงินทุน การวางระบบ การติดตามตรวจสอบ และรายงานผลโครงการลงทุนไทยเข้มแข็งวงเงิน 1.56 ล้านล้านบาท
![]() |
|
กรณ์ |
นายกรณ์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการวางแผนป้องกันปัญหาอุปสรรคต่างๆ จึงให้หน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เชื่อมโยงระบบข้อมูลร่วมกันในการติดตามเส้นทางการใช้เงินของโครงการไทยเข้มแข็ง โดยขอให้ธนาคารโลกเข้ามาช่วยแนะนำปรับปรุงกระบวนการในการติดตามผลเพื่อเน้นความโปร่งใส ให้แผนงานแผนเงินเป็นไปตามที่กำหนด ทำให้เงินของโครงการส่งออกสู่ระบบได้อย่างรวดเร็ว ปฏิบัติตามขั้นตอน
นายกรณ์ กล่าวว่า หากโครงการใดมีปัญหายังไม่ส่งมอบงาน คณะทำงานติดตามผลจะได้เข้าไปดูแลให้โครงการเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย
สำหรับการวางระบบจะแล้วเสร็จในเดือนก.ค. 2552 เดือนส.ค. จะเริ่มประเมินโครงการ เดือนก.ย. เงินลงทุนก้อนแรกจะออกสู่ระบบและเริ่มวัดผล
คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ในการจัดทำแผนการจัดหาแหล่งทุนว่ามีรูปแบบใดบ้าง ใช้การกู้เงินวิธีใด เพื่อให้ความเห็นแนวทางการระดมทุนว่ามีผลต่อตลาด มีผลต่อสภาพคล่องของเงินในระบบอย่างไรบ้าง เพื่อระดมความคิดเห็นร่วมกัน
สำหรับแนวทางจัดหาแหล่งเงินทุนนั้น นายกรณ์ กล่าวว่า จะทยอยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์แทนการกู้เงินด้วยการออกพันธบัตร เพราะจะสามารถเบิกเงินให้โครงการได้ตามเงินงวด โดยจะกู้เงินงวดแรก 3 หมื่นล้านบาท
นายกรณ์ กล่าวว่า งบไทยเข้มแข็งล่าสุดได้เดินหน้าโครงการตัดถนนและวางระบบท่อระบายน้ำรอบเกาะ อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 70 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 900 ล้านบาท โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศเพื่อติดตามโครงการลงทุน
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทย กล่าวว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จะสามารถช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2553-2555 ขยายตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยในกรอบปีละ 1-2.5% แม้ว่าจะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มเป็น 60% ในปี 2555
© 2005 - 2010 JJthai.net