ปตท.จี้รับมือน้ำมันแพง
นายบุรณิน รัตนสมบัติ ผู้จัดการส่วนกำหนดราคาฝ่ายกลยุทธ์การตลาดค้าปลีกหน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. เปิดเผยในงานสัมมา "น้ำมันแพง แล้วเราจะทำอย่างไร" จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า ปี 2553 แนวโน้มราคาน้ำมันจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่จะเริ่มส่งสัญญาณชัด โดยประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มีทิศทาง สูงขึ้นจากปี 2552 เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 55-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทุกฝ่ายจึงควรรับมือน้ำมันแพงในอนาคต
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันตั้งแต่ต้นปี เริ่มทยอยปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังรัฐบาลสหรัฐและประเทศในยุโรปได้อัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มีความหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้น ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง ทำให้เกิดการเก็งกำไรน้ำมัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2552 ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบจะใกล้เคียงอยู่ที่ระดับ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ เฉลี่ยอยู่ที่ 75-80 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรล ส่วนราคาขายปลีกในประเทศ กลุ่มแก๊สโซฮอล์เฉลี่ยอยู่ที่ 29-32 บาท/ลิตร และดีเซลอยู่ที่ 27-30 บาท/ลิตร
ด้านผู้ค้าน้ำมันทุกรายประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 50 สต./ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.นี้ เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ได้ใช้ในช่วง วันหยุดยาวเทศกาลวันเข้าพรรษา
วานนี้ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ได้เห็นชอบงบประมาณของกระทรวงพลังงาน แต่ได้ชะลอการพิจารณางบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน โครงการส่งเสริมการประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 120 ล้านบาท ใน 641 ชุมชน นอกจากนี้ได้ตำนิกระทรวงพลังงานถึงการ บริหารราคาน้ำมันที่ผันผวนว่าไม่มีบทบาทในการเข้าไปแก้ปัญหา











