Top Banner
Top Banner2

ยกระดับการรักษาด้วย"ใจ" มาตรฐานใหม่รพ.

นอกจากสร้างกระบวนการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลให้ครอบคลุมตามมาตรฐานแล้ว การเน้นย้ำถึง?มิติด้านจิตวิญญาณ? ของการรักษาพยาบาล เป็นอีกแนวทางที่ตัวแทนสถานพยาบาลผู้เข้าร่วมโครงการ?สร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน? ให้ความสำคัญตลอดช่วงเวลาของการพูดคุยในเวทีแลกเปลี่ยนที่จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ณ จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นภูมิภาคสุดท้ายของการอบรม "เชื่อว่าการให้บริการแก่ผู้รับการรักษาด้วยจิตวิญญาณของคนทำงานด้านสุขภาพ พร้อมจะเข้าใจในทุกเรื่องของผู้ป่วยโดยไม่คิดว่าเป็นแค่งานหรือรักษาเพียงให้อาการป่วยหายไป มีอยู่แล้วในตัวของคนทำงานทุกคน การพบกันในครั้งนี้เสมือนการตอกย้ำให้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการถ่ายทอดบทเรียน และให้กำลังใจที่มีให้ต่อกัน"นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้อำนวยการสถาบันและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) บอกถึงที่มาของการลงพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า หากช่องว่างอันเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่าง?ผู้ให้?และ?ผู้รับ?การรักษา ได้ขยายเพิ่มมากขึ้น ย่อมนำมาซึ่งความไร้ประสิทธิภาพในระบบสุขภาพของประชาชนอย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อสบโอกาส การถ่ายทอดบทเรียนตลอดจนประสบการณ์ระหว่าง ?คนทำงาน?ด้วยกัน จึงชวนฟังและน่านำไปปรับใช้ในแต่ละพื้นที่ พญ.พรพรรณ์ วรรณฤทธิ์ (หมอกุ้ง) กุมารแพทย์ โรงพยาบาลลำพูน จ.ลำพูน กล่าวเริ่มต้นถึงมุมมองที่มีต่อเรื่องนี้ว่า หากอยากเห็นประชาชนมีสุขภาพดี มาตรฐานทางการแพทย์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ หากแต่ระหว่างผู้รับ-ผู้ให้ จำเป็นต้องเข้าใจความรู้สึกระหว่างกันด้วย

"เริ่มจากปรับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้รักษา เราต้องให้ความสำคัญกับคนไข้เทียบเท่ากับญาติในครอบครัวเดียวกัน เอาใจใส่ในทุกๆเรื่องตั้งแต่อาการป่วย ความรู้สึกทางจิตใจ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่อีกฝ่ายพยายามจะสื่อสาร"

ความสมบูรณ์ทางจิตใจย่อมมีความหมายและคุณค่ามากกว่าความปกติทางกายภาพเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้แผนกกุมารเวช โรงพยาบาลลำพูนที่หมอกุ้งมีส่วนรับผิดชอบจึงมากไปด้วยเรื่องเล่าที่บ่งบอกถึงความเชื่อในแนวคิดที่ว่านี้ "อย่างเช่น ที่โรงพยาบาลเคยมีกรณีเด็กเข้ารักษาจากอาการไม่หายใจขณะนอนหลับ หรือที่บางคนเรียกว่า?หลับไม่ลง? ทำให้ต้องใช้เครื่องหายใจตลอด เด็กคนนี้อยู่โรงพยาบาลกว่า2ปี หากมองเพียงการรักษาโรคนี้รักษาไม่หาย เราแก้ปัญหาโดยใช้เครื่องช่วยหายใจเมื่อถึงเวลานอนเท่านี้จบ แต่เมื่อเราคิดว่าเด็กคนนี้คือลูกหลาน เราจะปล่อยให้เด็กโตและต้องคลุกคลีอยู่กับโรงพยาบาลตลอดไปไม่ได้ มันจะทำให้เด็กไม่มีสังคม เมื่อเป็นดังนั้นพวกเราจึงเริ่มกระบวนการเพื่อคืนเขาให้กับสังคม"

"เริ่มจากให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง สอนพ่อและแม่เด็กว่าต้องดูแลอย่างไร ให้เข้าใจถึงการช่วยเหลือเสมือนเป็นพยาบาลประจำอยู่ที่บ้าน แม้กระทั่งเครื่องหายใจเราต้องให้เขาไปใช้ที่บ้านได้เลย" พญ.พรพรรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อได้คลุกคลีรู้สึกว่าจะปล่อยเด็กคนนี้ไม่ได้ ทีมงานและเด็กต่างรู้สึกผูกพันกันไปแล้ว ทำให้นอกจากเรื่องของการแพทย์ ต้องเชื่อมโยงส่วนอื่นๆให้กับเขาด้วย ทั้งโรงเรียน ครู ชุมชน โดยมีเป้าหมายที่ทำอย่างจะรักษาชีวิตนี้ไว้ให้ได้พร้อมไปกับการให้เขาอยู่อย่างมีความสุขเฉกเช่นคนปกติ คล้ายกับประสบการณ์จาก?พี่น้อย?ชลธิดา สิมะวงศ์ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ ที่เล่าถึงแนวทางการทำงานของตัวเองในแบบเดียวกันนี้ว่า เมื่อได้มองกระบวนการใช้จิตใจในการทำงาน จะทำให้ทัศนคติในการทำงานเปลี่ยนไปเลย

"เคยมีผู้ป่วยทางจิตเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเพราะมีพฤติกรรมชอบทำร้ายร่างกายแม่ตัวเอง เมื่อเราทราบอาการและรู้ว่ามีสถานที่รักษาที่พร้อมกว่าจึงส่งตัวต่อให้โรงพยาบาลอื่นดูแลแทน แต่ใครจะเชื่อว่า เขาหลบหนีจากโรงพยาบาลแห่งนั้นและเดินกลับบ้านด้วยเท้าเปล่าในระยะทางเป็นร้อยๆกิโลเมตร" ประสบการณ์ที่ว่านี้ทำให้พี่น้อยรู้ว่า ผู้ป่วยทุกคนต้องการอยู่ในที่ที่ตัวเองรู้สึกว่าปลอดภัย อยู่แล้วมีความสุข ซึ่งในที่นี้คงเป็นอะไรอื่นไม่ได้นอกจาก?บ้าน?และ?ชุมชน?ที่ผูกพัน "ในเมื่อผู้ป่วยไม่อยากไปไหน ทำไมเราไม่ลองทำอะไรให้คนไข้คนนี้สามารถอยู่ในที่ที่เขาอยากอยู่ได้ เราจึงสร้างกระบวนการทำความเข้าใจกับครอบครัว กับชุมชนให้เข้าใจว่าหากคนไข้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเขาจะเหมือนคนปกติ ไม่ทำร้ายใคร"

"เราสอนให้คนที่บ้านเขารู้ว่าต้องให้กินยาอะไร เวลาไหนบ้าง เจอเหตุการณ์เช่นนี้ควรทำอย่างไร ขณะเดียวกับต้องบอกคนในหมู่บ้านไม่ให้ไปล้อเลียน อย่าทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนแปลกแยก"พี่น้อยเล่าถึงประสบการณ์ที่พิสูจน์ให้เห็นได้ว่าการรักษาที่ดีไม่จำเป็นต้องถูกผูกติดกับวิธีวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยเท่านั้น

ด้านดวงสมร บุญผดุง รองผู้อำนวยการฯในฐานะผู้จัดการโครงการฯ กล่าวสรุปถึงการลงพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ว่า แต่ละแห่งมีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามบริบทต่างๆในสังคม อาทิ โรงพยาบาลบางแห่งมีผู้นำองค์กรที่พร้อม บางแห่งชุมชนเข้มแข็งหรือกับบางที่มีทีมงานที่มีประสิทธิภาพและเต็มใจที่จะร่วมในแนวทางดังกล่าวอย่างเต็มความสามารถ

"เราจึงสรุปบทเรียนในแต่ละพื้นที่ว่า จะทำอย่างไรให้จุดเด่นในแต่ละแห่งนั้นเป็นตัวชูที่จะขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาสถานพยาบาลให้มีความยั่งยืนที่สุด" ทั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่แต่ละภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือในฐานะที่แต่ละคนต่างเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ผลักดันให้ความรู้สึกเช่นนี้โลดแล่นอยู่ในวงจรระบบสุขภาพของประเทศ

"บางทีการสัมผัสและใช้ความรู้สึกที่ดีกับคนไข้ด้วยความจริงใจเพียงน้อยนิด อาจสร้างแรงใจได้มหาศาล"บทสรุปของวงเสวนามีประเด็นร่วมกันดังนี้

เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าจะมีแต่?หัวใจ?ด้วยกันเท่านั้น ที่เข้าใจกันได้ดีที่สุด

รายการสินค้าใกล้เคียง

แป้งม้าโยกราคาสุดพิเศษเพียง350เท่านั่นรีบสั่งด่วน หมู่บ้านชุมชนภัทรนิเวศน์ อาคารพาณิชย์ 3.5 ชั้น หมู่บ้านช.รุ่งเรือง6(ห้องมุม) ต่อเติมสวยสภาพบ้านตกแต่งพร้อมอยู่ หมู่บ้านชลลดา บางบัวทอง บ้านเดี่ยว 2 ชั้น หมู่บ้านชลลดา บางบัวทอง โครงการ Land&House ครัวเคาท์เตอร์(บิวท์อิน)สวย-สวย หมู่บ้านชัยพฤกษ์ วงแหวน บ้านเดี่ยว 2 ชั้น โครงการของ Land & House น่าอยู่อาศัย รับถ่ายภาพพร้อมจัดทำ Artwork Design ในวันพิเศษของคุณ ข้าวกล้องงอกชงดื่ม ซองสีทอง 3 กล่อง จากราคา รวม 750 บาท ละ ลดเหลือ550 ฟาร์มาซีครีมแก้ปัญหากระ,ฝ้า, หน้าหมองคล้ำ,สิวอุดตัน Pharmacy Cream ส่ง 100 บาท วิธีการลดความอ้วนอย่างถูกวิธี 3-20 กก.  สูตรนี้ผอมถาวร ลดไขมันหน้าท้อง ลดน้ำหนักอย่าง เสื้อผ้าเกาหลีนำเข้า อ้วน.............ใช่ไม๊ รีบดูเลยๆๆ ดาราเค้าใช้กันทั้งนั้น?